Frequently asked questions

งูบอลเป็นมิตรไหม


งูบอลเป็นงูไม่มีพิษที่ไม่ดุร้ายและขี้อาย สามารถเป็นมิตรและให้จับได้ง่ายถ้าทำให้คุ้นเคยด้วยการจับวันละครั้ง ยิ่งมีปฎิสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงแต่เนิ่นๆก็ยิ่งคุ้นเคย เมื่อคุ้นชินแล้วก็จะไม่ตื่นตกใจกับเรา บางตัวก็ชอบที่จะพันรอบแขนหรือรอบเอว (เพราะอุณหภูมิที่อุ่น) ถ้างูบอลพันรอบเรา เราก็สามารถคลายพันออกได้อย่างง่ายดาย




งูบอลทำร้ายหรือไม่


โดยปกติงูบอลเป็นสัตว์ขี้อาย ไม่ทำร้าย ไม่โจมตี โอกาสที่จะกัดน้อยมาก ถ้ารู้สึกว่าถูกคุมคามหรือกลัวจะขดตัวเป็นลูกบอลและซ่อนหัวอยู่ในขด (นี่คือสาเหตุที่มาของชื่อ งูบอล) ถ้าเราจับประคองดีๆ งูบอลส่วนใหญ่สามารถนิ่งได้โดยง่ายและไม่ฉกเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ถ้างูบอลฉกก็เจ็บไม่มาก เพราะงูบอลไม่มีเขี้ยว มีแต่ฟันซี่สั้นๆเล็กๆเหมือนปลา ส่วนมากเราจะแค่ตกใจเฉยๆ เมื่อโดนฉกเลือดก็ออกไม่มาก อาจจะแค่ซึมๆ สุนัขกัด แมวข่วนหรือเล็บกระต่ายตะกรุยยังเจ็บและรุนแรงกว่ามาก

แต่ก็มีบางตัวที่จะมีนิสัยดุ ซึ่งเป็นส่วนน้อยของงูบอล




งูบอลสามารถใหญ่ได้แค่ไหน


ตัวเมียโตเต็มที่ยาวประมาณ 3-5 ฟุต ตัวผู้ประมาณ 2-3 ฟุต แต่โดยส่วนมาก ความยาวเฉลี่ยจะประมาณ 2-3 ฟุต (หรือประมาณ 1.50 เมตร) และหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัมเมื่อโตเต็มที่

งูบอลสามารถโตได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 ปีแรก และหลังจากนั้นอัตราการเจริญเติบโตก็จะค่อยๆลดลง




งูบอลเหมาะสมกับการเป็นสัตว์เลี้ยงหรือไม่


งูบอลถือว่าสัตว์เลี้ยงที่ดี เลี้ยงง่าย ไม่ต้องการการดูแลมาก กินไม่เยอะไม่ถี่ เป็นที่นิยมในฝั่งตะวันตกมานานมากแล้วจนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงปกติทั่วไปที่เหมาะแม้สำหรับผู้เลี้ยงระดับเริ่มต้นหรือไปจนถึงระดับสูง




ตู้เลี้ยงควรขนาดเท่าไหร่


ตู้เลี้ยงหรือกล่องเลี้ยงที่ให้งูบอลอยู่ควรมีความยาว ¾ กว้าง ½ และสูง ½ ของความยาวงู ยกตัวอย่างเช่น ถ้างูยาว 60 เซนติเมตร ตู้เลี้ยงควรมีขนาด (ก x ย x ส) 45 x 30 x 30 เซนติเมตรโดยประมาณ ตู้ควรใหญ่พอเพื่อให้มีช่วงอุณหภูมิที่หลากหลายและเหมาะสมกับงู ตู้เลี้ยงที่เล็กเกินไปเป็นผลเสียต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของงู ตู้เลี้ยงที่ใหญ่เกินไปทำให้งูเครียด รู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะโดยธรรมชาติแล้วงูบอลเป็นสัตว์ที่ชอบหลบซ่อนตัวอยู่ในที่แคบๆและมืด ไม่ชอบอยู่ในที่แจ้ง ฉะนั้นในตู้เลี้ยงจึงควรมีถ้ำไว้ให้งูบอลได้อยู่ด้วย




วัสดุรองพื้นควรใช้อะไร


วัสดุรองสามารถใช้กระดาษทิชชู่ ใยมะพร้าว วัสดุรองสำหรับสัตว์เลื้อยคลาน (aspen shaving หรือ reptile bark)

ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์จากสนโดยเด็ดขาด และไม่ควรใช้ทราย บางแหล่งข้อมูลบอกว่าสามารถใช้หนังสือพิมพ์ปูรองได้ แต่โดยส่วนตัวของแบรนด์ไม่ใช้หนังสือพิมพ์เลย เนื่องจากสารเคมีในหมึกพิมพ์และกลิ่นเคมีที่ค่อนข้างแรง




อุณหภูมิและความชื้นต้องเท่าไหร่


ช่วงอุณหภูมิที่ควรมีในตู้เลี้ยงคือ 26-35 องศาเซลเซียส

และมีความชื้นประมาณ 50-60%

ไม่ควรเลี้ยงในห้องแอร์ เพราะในห้องแอร์อากาศจะต่ำกว่า 26 องศาและความชื้นจะต่ำเมื่อเปิดแอร์ และเมื่อปิดแอร์ก็จะทำให้อุณหภูมิและความชื้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุที่ทำให้งูป่วยได้ง่าย ดังนั้นควรหาตำแหน่งในการเลี้ยงให้ดี




งูบอลต้องการ heat lamp ไหม


heat lamp ไม่เหมาะสำหรับงูบอล งูบอลไม่ต้องการแสงสาดมาจากด้านบนเหมือนอาบแดด แต่งูบอลต้องการความอุ่นจากพื้น ‘จุด’ที่อุ่นที่สุดที่ให้ความอบอุ่นในตู้เลี้ยงควรประมาณ 31-35 องศาเซลเซียส

***ที่ใช้คำว่า จุด เพราะ 31-35 องศาที่บอกนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องอุณหภูมิเท่านี้ทั่วทั้งตู้ ให้มีแค่เป็นจุดเดียว***




ควรเลี้ยงงูบอลไว้นอกตู้เลี้ยงหรือไม่


ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะงูบอลอาจไม่สามารถหาอาหารได้เองตามธรรมชาติสภาพที่อยู่บ้านเรา อาจจะเจอหนูบ้านทั่วไปแต่ก็สกปรกมีเชื้อโรค และหนูสามารถทำอันตรายงูถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ด้วยสีสันของงูบอล ทำให้ตกเป็นเหยื่อของสัตว์อื่นได้ง่าย และสามารถถูกทำร้ายด้วยคนเนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังมีความกลัวงูทุกชนิดและทำร้ายงูทุกอย่างเพื่อป้องกันตัวเอง โดยที่ไม่รู้ว่างูบอลไม่มีพิษและไม่ดุร้าย




ควรอาบน้ำให้งูบอลหรือไม่


การอาบน้ำสามารถทำได้ง่ายมาก โดยแค่เพียงให้ภาชนะให้งูได้แช่น้ำเองบ้างบางครั้ง ซึ่งมีประโยชน์กับสุขภาพโดยรวมของงู ใช้น้ำอุ่นเล็กน้อยหรือน้ำอุณหภูมิห้องปกติในการแช่ ห้ามใช้น้ำเย็น

หลีกเลี่ยงการให้งูแช่น้ำในช่วงท่ีอากาศหนาว เนื่องจากสามารถทำให้งูป่วยได้




ให้อาหารงูบอลอย่างไร


ต้องกินหนูที่เพาะเลี้ยงเท่านั้น ห้ามให้หนูบ้านโดยเด็ดขาด

ขนาดของหนูควรประมาณขนาดเส้นรอบวงของช่วงลำตัวที่กว้างที่สุด หนูไม่ควรขนาดใหญ่กว่าจนเกินไป

ถ้าให้งูกินหนูเป็นแล้ว ส่วนใหญ่งูจะติดการกินหนูเป็นตลอด จะเปลี่ยนมาให้กินหนูแช่ภายหลังค่อนข้างยาก ผู้เลี้ยงต้องตัดสินใจดีๆ

ที่ฟาร์มให้อาหารงูด้วยหนูแช่เท่านั้น ฝึกการกินหนูแช่มาแล้วอย่างน้อย 5 มื้อ และไม่เคยให้หนูเป็น

ขั้นตอนการให้หนูแช่

1. ให้เอาออกมาทิ้งไว้ให้ละลายดีเสียก่อน อาจใช้เวลานานถึง 2-3 ชั่วโมงกว่าหนูจะละลายดี (อย่าละลายในน้ำ หนูไม่ควรเปียก)

2. หลังจากละลายดีแล้ว ให้ใช้ไดร์เป่าผม

เป่าจนหนูอุ่นเพื่อให้หนูมีความร้อนเสมือนว่ายังมีชีวิตจริง เพราะงูบอลให้กลิ่นและความร้อนในการตรวจหาเหยื่อ

3. ใช้ที่คีบจับหนูที่หาง เพื่อป้องกันกลิ่นหนูติดมือ งูจะได้ไม่ฉกเรา เมื่อคีบแล้วให้แกว่งๆหนูข้างหน้างู (แต่อย่าโฉบไปใกล้หน้างูมากจนงูตกใจหลบหนีไป ให้แกว่งห่างงูประมาณ 1-2 คืบ) เมื่องูเจอเหยื่อแล้ว งูจะฉกเหยื่อเพื่อจับให้มั่นแล้วรัดรอบตัวเหยื่อ ช่วงที่งูรัดเหยื่อนี้เราอาจจะขยับตัวหนูให้ดิ้นๆเบาๆเหมือนในธรรมชาติเวลาหนูถูกรัดอยู่ก็ได้ เมื่องูรัดแน่นแล้วก็ปล่อยไว้สักพัก เราไม่ต้องไปสนใจมัน เดี๋ยวมันใช้เวลาในการค่อยๆกินเหยื่อของมันเอง เราเพียงแค่เช็คว่างูกินหนูเข้าไปแล้วเรียบร้อยไหม

ถ้างูไม่กินให้ลองป้อนอีกครั้ง เพราะงูบางตัวอาจจะแค่ฉกเหยื่อและรัดเท่านั้น ถ้ายังไม่กินอีกก็ให้ทิ้งหนูเลย ไม่ควรเก็บไปแช่ตู้เย็นใหม่เพราะหลังจากที่หนูละลายและรอป้อนหลายรอบ เวลาที่ผ่านไปนั้นทำให้หนูไม่สดอีกแล้ว และไม่ควรทิ้งหนูไว้ข้ามคืนเพราะหนูจะเน่าและเริ่มส่งกลิ่นเหม็น

งูบางตัวอาจไม่ยอมกินหลังจากโดนเล่นโดนสัมผัสมากๆ ดังนั้น ถ้าวันไหนวางแผนที่จะให้อาหารงูก็ให้หลีกเลี่ยงการวุ่นวายกับงูในวันนั้น

ให้อาหารงูตอนกลางคืน เพราะงูเป็นสัตว์กลางคืนและนอนตอนกลางวัน

บางครั้งถ้างูไม่ยอมกินอาหารก็ไม่ต้องตกใจ มันเป็นเรื่องปกติของงูบอลอยู่แล้วในเรื่องการไม่ค่อยกิน ถ้าไม่กินก็ปล่อยไป งูที่โตเต็มวัยหลายๆตัวเลือกที่จะอดอาหารหลายเดือน บางครั้งอาจอดนานเกือบปีโดยที่ไม่เป็นผลเสียอะไรกับงูเลย

แต่ผู้เลี้ยงต้องคอยดูสภาพร่างกายและดูน้ำหนักของงูด้วย ถ้าไม่ได้มีอะไรผิดปกติหรือน้ำหนักลดอย่างรวดเร็วก็ไม่ต้องกังวลใจไป

ถ้าให้หนูเป็น ห้ามปล่อยหนูเป็นไว้กับงูตามลำพังโดยเด็ดขาด เพราะหนูสามารถกัดงูจนตายได้

หลังจากให้อาหารไม่ควรยุ่งกับงูประมาณ 2 วัน




ต้องให้อาหารงูบอลบ่อยแค่ไหน


โดยปกติควรให้งูโตทุกๆ 10-14 วัน โดยประมาณ แต่สำหรับงูเล็กควรให้ทุกๆอาทิตย์

หลีกเลี่ยงการให้อาหารงูตอนงูเข้าคราบ




งูบอลมีอายุขัยเท่าไหร่


งูบอลสามารถอยู่ได้ 20-30 ปีถ้าได้รับการเลี้ยงดูที่ดีและเหมาะสม




ทำไมถึงควรเลี้ยงงูบอล


เลี้ยงง่าย เหมาะแม้แต่ผู้เพิ่งเริ่มเลี้ยงสัตว์

ตัวไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป จัดการง่าย ไม่รวดเร็ว

มีลายและสีให้เลือกมากมายหลากหลาย

ขับถ่ายไม่บ่อย ประมาณอาทิตย์ละครั้งตามความถี่ของการกิน

ไม่ต้องการความใส่ใจมาก ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ใช่สัตว์เซ้าซี้ เป็นสัตว์รักสงบ

ไม่ส่งเสียง ไม่มีกลิ่นตัว

ใช้พื้นที่ไม่มากในการเลี้ยง จัดการที่เลี้ยงไม่ยุ่งยาก

สามารถปล่อยให้อยู่ลำพังได้โดยไม่ต้องใส่ใจอะไรมากมาย แค่มีน้ำและตู้เลี้ยงที่พร้อม

เป็นสัตว์ที่ไม่ทำร้ายและไม่กินกันเอง




ข้อเสียของงูบอลคืออะไร


งูบอลเป็นสัตว์เรื่องมากในการกิน บางตัวกินยากไม่ค่อยยอมกิน แต่ไม่ได้เป็นตัวทุกตัว เป็นแค่บางตัวเท่านั้น

ไม่สามารถกอดรัดฟัดเหวี่ยงและเล่นได้เหมือนสุนัขกับแมวที่เราคุ้นเคยกัน ถ้าผู้เลี้ยงต้องการสัตว์เลี้ยงที่มีปฏิสัมพันธ์ขนาดนั้น ก็ไม่เหมาะกับการเลี้ยงงูบอล แต่ถ้าผู้เลี้ยงต้องการสัตว์เลี้ยงที่นิ่งและสุขม ไม่ต้องอะไรกับมันมาก ไม่เล่นด้วยก็ไม่เหงาไม่เฉา งูบอลตอบโจทย์มากสำหรับเรื่องนี้




เรื่องต้องรู้ และข้อแนะนำ


น้ำสะอาดควรมีตลอด อย่าให้ขาด หมั่นทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภาชนะใส่น้ำบ่อยๆ เช็คน้ำทุกวัน เพราะงูชอบแช่น้ำบ้างบางครั้งและขับถ่ายในน้ำ ควรมีภาชนะใส่น้ำสำรองเผื่อสลับใช้แทนในระหว่างที่อีกอันเอาไปทำความสะอาด

ถ้ำ (hide box) เป็นสิ่งจำเป็น เพราะงูบอลรักสันโดษและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในถ้ำ อาจจะมีถ้ำสัก 2 อัน (หรือมากกว่านั้น) วางไว้ปลายสุด 2 ฝั่งของตู้เลี้ยง เพื่อให้งูได้เลือกอยู่ในอุณหภูมิที่เค้าชอบ

ที่รองเลี้ยง หลายๆคนบอกใช้หนังสือพิมพ์ได้ แต่โดยส่วนตัวที่ฟาร์มจะไม่ใช้ เพราะหนังสือพิมพ์มีสารเคมีจากหมึกและกลิ่นค่อนข้างแรง

ควรซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นไว้ด้วย เรื่องนี้สำคัญมาก ห้ามเดาอุณหภูมิและความชื้นเอง ในเครื่องวัดจะเก็บข้อมูลอุณหภูมิความชื้นปัจจุบันและสูงสุด/ต่ำสุดไว้ ซึ่งจำเป็นกับผู้เลี้ยงมาก สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายสัตว์ exotic ทั่วไป ราคาไม่แพง

หลังจากงูอึหรือฉี่ ควรทำความสะอาดจุดนั้นเลย อย่าทิ้งค้างไว้เป็นวันๆ และควรทำล้างความสะอาดฆ่าเชื้อตู้เลี้ยงทั้งหมดอย่างน้อยเดือนละครั้ง

งูบอลเป็นสัตว์ขี้อาย ขี้กลัว และใช้เวลาส่วนใหญ่ซ่อนตัว ไม่ค่อยออกมาให้เห็น แรกๆงูบอลอาจเห็นเราเป็นภัยคุกคาม มันเป็นหน้าที่เราที่ต้องทำให้งูคุ้นเคยกับเรา

งูบอลไม่ชอบให้คนไปยุ่งกับมันมาก เป็นสัตว์รักสงบ จับได้เล่นได้ แต่ไม่ใช่บ่อยๆเหมือนสุนัขกับแมว

เวลาจับงูให้ประคองทั้งตัว อย่าทำให้งูรู้สึกไม่มั่นคงเหมือนจะหล่น

หลีกเลี่ยงการสัมผัสหัวและการผ่านหน้า จับจากด้านหลังเสมอและต้องค่อยๆจับ อย่าเคลื่อนไหวพรวดพราวเข้าหางูบอลเพราะจะทำให้มันกลัว เมื่องูคุ้นกับเราแล้ว งูก็จะไม่ขด จะสามารถให้เราเล่นหรือลูบจับได้สบายๆ และเลื้อยเล่นกับเราเอง (บางตัวสามารถให้เล่นหัวได้เลย) แต่ถ้าเราทำให้งูตกใจกลัวจนเกินเครียดเกินไป งูก็สามารถที่จะฉกเราเพื่อป้องกันตัวเองได้

การให้หนูเป็นอาหารมันอาจจะดูโหดร้าย แต่วิถีชีวิตของงูมันต้องกินหนูเป็นตัว มันคือธรรมชาติของงู ต้องรับให้ได้ถ้าจะเลี้ยง ไม่มีอาหารเม็ดแบบสุนัขกับแมว (ซึ่งสุนัขกับแมวก็กินสัตว์อื่นเช่นกัน แต่อาหารมาในรูปแบบเม็ด เลยดูไม่โหดร้ายงู แต่เมื่อเทียบจริงๆแล้ว ปริมาณสัตว์ที่งูกินนั้น น้อยกว่าสุนัขและแมวมาก)

ก่อนเลี้ยงควรศึกษางูให้ดีเสียก่อน นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงควรปรึกษาที่บ้านว่ายินดีไหมกับการเลี้ยงงู หรือให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของงูและการเลี้ยงกับที่บ้านเสียก่อน เพราะการเลี้ยงงูในประเทศไทยยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับคนส่วนมาก คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักงูบอลและการเลี้ยงมากนัก

ตู้เลี้ยงหรือกล่องเลี้ยงควรตั้งไว้ในที่เงียบๆ ไม่มีคนพลุกพล่าน ที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง และให้ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงอื่นๆ





  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon

©2018 Python Philia - All rights reserved